ประยุกต์ใช้ โพสล่าสุด โพสสำคัญ เครื่องมือ สมาชิก สถิติฟอรั่ม ธนาคาร
หัวข้อ : เก็งข้อสอบองค์การบริหารส่วนตำบลสะแกโพรง  ที่กำลังเปิดสอบ
p_non ออฟไลน์
ระดับ: ผู้ใช้ระดับ I
รายละเอียดผู้ใช้ 

เก็งข้อสอบองค์การบริหารส่วนตำบลสะแกโพรง  ที่กำลังเปิดสอบ

1. พระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 ได้ตราขึ้นโดย

            ก.  คำแนะนำและยินยอมของสภาผู้แทนราษฎร 

            ข.  คำแนะนำและยินยอมของวุฒิสภา 

            ค.  คำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา 

            ง.  คำแนะนำและยินยอมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 

2.  พระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 ประกาศใช้บังคับเมื่อ

            ก.  29 พ.ย.  2542                                                                                  ข.  30 พ.ย.  2542

            ค.  29 ธ.ค.  2542                                                                                  ง.  30 ธ.ค.  2542

3.  องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใช้กฎหมายในข้อใดถือปฏิบัติในการบริหารงานบุคคล

            ก.  ระเบียบการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542

            ข.  พระราชบัญญัติระเบียบการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น  พ.ศ.  2542

            ค.  พระราชบัญญัติการบริหารงานบุคคลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542

            ง.  พระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542

4.  พนักงานส่วนท้องถิ่น คือข้อใด

            ก.  ข้าราชการส่วนท้องถิ่นที่กฎหมายจัดตั้งให้ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งให้ปฏิบัติราชการโดยได้รับเงินเดือนจากงบประมาณ หมวดเงินเดือนของท้องถิ่น 

            ข.  ข้อราชการส่วนท้องถิ่นที่กฎหมายจัดตั้งได้รับการบรรจุและแต่งตั้งให้ปฏิบัติราชการโดยได้รับเงินเดือนจากงบประมาณหมวดเงินอุดหนุนของรัฐบาลให้แก่ท้องถิ่น 

            ค.  ข้าราชการส่วนท้องถิ่นที่กฎหมายจัดตั้งให้ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งให้ปฏิบัติราชการโดยได้รับเงินเดือนหมวดเงินเดือนและหมวดค่าตอบแทนของส่วนท้องถิ่น 

            ง.  ข้อ ก. และ ข้อ ข. รวมกันถูกต้อง 

5.  การบริหารงานบุคคลของเทศบาล ได้กล่าวไว้ในส่วนใดของ พ.ร.บ. นี้

            ก.  หมวด 1 ม. 5  ถึง ม. 22  และหมวด 7 ม. 30 ถึง ม. 36

            ข.  หมวด 2 ม. 23  ถึง ม. 24  และหมวด 7 ม. 30 ถึง ม. 36

            ค.  หมวด 3 ม. 25  ถึง ม. 26  และหมวด 7 ม. 30 ถึง ม. 36

            ง.  ไม่มีข้อใดถูกต้อง

6.  คณะกรรมการพนักงานเทศบาล คือ

    ก.  ก.ท.                                  ข.   ก.ท.                            ค.  ก.ท.จ.                   ง.  ก.ท.จ. 

7.  การบริหารงานบุคคลสำหรับเทศบาลในเขตจังหวัดประกอบการทั้งหมด

            ก.  15  คน                             ข.  16  คน                         ค.  18  คน                   ง.  19  คน

8.  เกี่ยวกับคณะกรรมการการพนักงานเทศบาล ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง

            ก.  ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือรองผู้ว่าราชการจังหวัด   ซึ่งได้รับมอบหมายเป็นประธาน 

            ข.  กรรมการโดยตำแหน่งประกอบด้วย  หัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัดที่เกี่ยวข้องจำนวน 5 คน

            ค.  กรรมการผู้แทนเทศบาล  จำนวน 6 คน คัดเลือกจากประธานสภาเทศบาล 2 คน นายกเทศบาล 2 คน และปลัดเทศบาล 2 คน

            ง.  ผู้ทรงคุณวุฒิ  จำนวน  6 คน  คัดเลือกจากผู้เชี่ยวชาญในด้านการบริหารงานบุคคล  และการจัดการบริหารงานท้องถิ่น

9.  ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้งใครเป็นเลขานุการ คณะกรรมการพนักงานเทศบาล

            ก.  ปลัดเทศบาล                                                                   ข.  ปลัดอำเภอ 

            ค.  ผู้ตรวจการส่วนท้องถิ่น                                                ง.  ข้าราชการหรือพนักงานเทศบาลที่เห็นสมควร 

10.  อำนาจหน้าที่ของ ก.ท.จ.  ข้อใดกล่าวถูกต้องที่สุด

            ก.  กำหนดหลักเกณฑ์และดำเนินการเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลในเทศบาลนั้น 

            ข.  กำหนดระเบียบเกี่ยวกับการบริหารและการปฏิบัติงานของพนักงานเทศบาล 

            ค.  กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการบรรจุและแต่งตั้ง การย้าย โอน เลื่อนขั้นเงินเดือน เลื่อนระดับ ตลอดจนการลงโทษวินัย  การอุทธรณ์ ร้องทุกข์ 

            ง.  กำกับ  ดูแล  ตรวจสอบ  แนะนำและชี้แจง  ส่งเสริมและพัฒนาพนักงานเทศบาล 

11.  ข้อใด การออกคำสั่งการบริหารงานบุคคลต้องขอความเห็นชอบจาก ก.ท.

            ก.  การออกคำสั่งให้เลื่อนระดับของพนักงานเทศบาล 

            ข.  การออกคำสั่งแต่ตั้งกรรมการการสอบสวนวินัยพนักงานเทศบาล 

            ค.  การออกคำสั่งลงโทษทางวินัยอย่างร้ายแรงกับพนักงานเทศบาล 

            ง.  การออกคำสั่งแต่งตั้งและให้พนักงานพ้นจากตำแหน่ง 

12.  คณะกรรมการกลางพนักงานเทศบาล มีทั้งหมด

            ก.  12  คน                      ข.   18   คน                     ค.  27   คน               ง.  ไม่มีข้อใดถูก

13.  ผู้ใดไม่เป็นกรรมการกลางพนักงานเทศบาลโดยตำแหน่ง

            ก.  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย  ปลัดกระทรวงมหาดไทย 

            ข.  เลขาธิการ ก.พ. อธิบดีกรมบัญชีกลาง 

            ค.  อธิบดีกรมการปกครอง  ผู้อำนวยการสำนักงานงบประมาณ 

            ง.  ไม่มีข้อใดถูกต้อง 

14.  การบริหารงานบุคคลของพนักงานเทศบาล ได้กล่าวไว้ในส่วนใดของ พ.ร.บ. นี้

            ก.  หมวด 1 ม. 5  ถึง ม. 22  และหมวด 7 ม. 30 ถึง ม. 36

            ข.  หมวด 2 ม. 23  ถึง ม. 24  และหมวด 7 ม. 30 ถึง ม. 36

            ค.  หมวด 3 ม. 25  ถึง ม. 26  และหมวด 7 ม. 30 ถึง ม. 36

            ง.  ไม่มีข้อใดถูกต้อง

 15.   ข้อใดกล่าวถูกต้อง

            ก.  ก.จ. มีอำนาจหน้าที่กำหนดมาตรฐานกลางและแนวทางเกี่ยวกับอัตราตำแหน่งและมาตรฐานตำแหน่ง 

            ข.  การบริหารงานบุคคลของลูกจ้างประจำของเทศบาล ให้นำระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยลูกจ้างมาบังคับใช้โดยอนุโลม 

            ค. ประธาน ก.ท. มีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละ 4 ปี  และอาจได้รับคัดเลือกก็ได้

            ง.  ก.จ. สามารถสั่งยกเลิก มติไม่ถูกต้องของ ก.ท.จ. ที่สั่งให้ข้าราชการ พนักงานเทศบาลออก                  จากราชการได้ 

16.  ก.ถ. คือ

            ก.  กรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น 

            ข.  กรรมการมาตรฐานกลางการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น 

            ค.  คณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น 

            ง.  คณะกรรมการมาตรฐานกลางการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น 

17.  เกี่ยวกับ ก.ถ. ข้อใดกล่าวได้ถูกต้อง

            ก.  ก.ถ. มีกรรมการทั้งหมด  16 คน

            ข.  ประธาน ก.ถ. จะต้องไม่เป็นกรรมการ ก.จ. หรือ ก.จ.จ. 

            ค.  หัวหน้าสำนักงาน ก.ถ. เป็นเลขานุการ ก.ถ 

            ง.  สำนักงาน ก.ถ. ตั้งขึ้นในกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย 

18. ผู้ทำหน้าที่บริหารงานบุคคลสำหรับเทศบาลทุกแห่งอยู่ในเขตจังหวัดคือ

            ก.  ก.ถ.                     ข.  ก.ท.                  ค.    ก.ท.จ.                ง. คณะเทศมนตรี 

19.  การจ่ายเงินเดือน ค่าตอบแทน และเงินค่าจ้างของพนักงานส่วนตำบล  ที่ทำจากรายได้ไม่รวมเงินอุดหนุนและเงินกู้ อบต.  แต่ละแห่งจะตั้งไว้

            ก.  น้อยกว่า 40%  เท่านั้น                                                  ข.  เท่ากับ 40% เท่านั้น

            ค.  สูงกว่า  40%   ไม่ได้                                                      ง.  เท่าไรก็ได้กฎหมายไม่ได้บัญญัติ

20.  เพราะเหตุใดจึงมีการตราพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนกระจายอำนาจฯ 2542  

            ก.   มาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ.  อบจ.  2540  กำหนดเขตองค์การบริหารส่วนจังหวัด ได้แก่ เขตจังหวัด

            ข.  พ.ร.บ.  สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล  2537  ได้ยกฐานะสภาตำบลเป็นองค์การบริหารส่วนตำบลเดิมพื้นที่จังหวัด

            ค.  มาตรา 284 แห่งกฎหมายรัฐธรรมนูญ 2540  ได้บัญญัติให้มีเพื่อพัฒนากระจายอำนาจ

            ง.  กล่าวถูกต้องทั้งข้อ ก. ข้อ ข.  และข้อ ค.

จำหน่ายเอกสารแนวข้อสอบ อบต. อบจ. เทศบาล ที่ใช้สอบทั่วประเทศ
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ รวมแนวข้อสอบเก่าเด็ดๆๆ  และข้อสอบที่ออกบ่อยมาก

แนวข้อสอบประกอบด้วย
- ภาค ก.ความรู้ความสามารถทั่วไป ภาษาไทย คณิตศาสตร์  
แนวข้อสอบกฎระเบียบองค์การปกครองท้องถิ่น
-ข้อสอบพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540
-ข้อสอบพระราชบัญญัติกําหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอํานาจฯ 2542
-ข้อสอบพระราชบัญญัติกําหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอํานาจฯ 2542
-ข้อสอบ พรบ. สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537
-ข้อสอบพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 (แก้ไขเพิ่มเติมถึง ฉบับที่ 12)

-ข้อสอบพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น 2542

-ข้อสอบข้อสอบพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 (แก้ไขเพิ่มเติมถึง ฉบับที่ 12)
-และข้อสอบ พรบ. แต่ละตำแหน่งที่สอบเพิ่มเติมระบุมาได้เลย
และภาค ข. ความรู้ความสามารถเฉพาะตำแหน่ง

เจ้าพนักงานการเงินและบัญชี 2  เจ้าพนักงานพัสดุ 2  เจ้าพนักงานสาธารณสุขชุมชน 2

นายช่างโยธา  2  นายช่างไฟฟ้า 2  เจ้าพนักงานจัดเก็บรายได้ 2
เจ้าพนักงานพัฒนาชุมชน 2 เจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาฯ 2
นักวิชาการเงินและบัญชี 3 นักวิชาการศึกษา 3  นิติกร 3 นักพัฒนาชุมชน 3
วิศวกรโยธา 3 เจ้าหน้าที่ตรวจสอบภายใน 3 บุคลากร 3 เจ้าหน้าที่สันทนาการ 3
เจ้าหน้าที่บริหารทะเบียนและบัตร 3 นักวิชาการคลัง 3 นักวิชาการพัสดุ 3
เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน 3 นักวิชาการจัดเก็บรายได้ 3

สนใจสั่งซื้อมาที่  080-604-2510 ,080-604-2504  หรือ ส่ง SMS / (WhatsApp , LINE)
ส่งเป็นไฟล์เอกสารส่งทางอีเมล์ สามารถนำไปปริ้นเพื่ออ่านได้เลย ในราคาเพียงชุดละ 399 บาท
ส่งเป็นไฟล์เอกสารทางอีเมล์ *อย่างด่วนภายใน 3 ชม. *อย่างช้าก่อน 24:00 น. ของวันที่โอนเงิน (อย่าลืม! เช็คที่ อีเมลขยะ)
(เปิดบริการทุกวัน เวลา 8.00 - 24.00 น.)
กรุณาชำระค่าสินค้าและบริการ
เลขที่บัญชี 041-2-34899-2 ธ.กสิกรไทย  ออมทรัพย์
สาขาถนนสาธุประดิษฐ์  ชื่อบัญชี สายรุ้ง  สิงห์ศรี 
โอนเงินแล้วแจ้งที่   lookmoo_00@hotmail.com

 

 

 

 

 

 

admin ออฟไลน์
ระดับ: ผู้ดูแลระบบ
รายละเอียดผู้ใช้ 
1.  งบประมาณรายจ่ายประจำปีขององค์การบริหารส่วนตำบลจัดทำเป็นพระราชบัญญัติ
    ก. ข้อบังคับ    ข. ระเบียบ
    ค.ข้อบัญญัติ    ง. พระราชบัญญัติ
    ตอบ ค.ข้อบัญญัติ
2. ข้อใดคือนิยามของ "งบประมาณ" ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยวิธีงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
    ก. กิจกรรมต่างๆ ของหน่วยงานที่กำหนดไว้ในแต่ละแผน
    ข. แผนงาน หรืองานสำหรับงบประมาณการด้านรายรับและรายจ่ายแสดงตัวเลขจำนวนเงิน การตั้งงบประมาณ คือ การแสดงแผนดำเนินงานออกเป็นตัวเลขจำนวนเงิน
    ค.  ภารกิจ แต่ละด้านที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละรูปแบบ
    ง. ถูกทุกข้อ:
    ตอบ  ข. แผนงาน หรืองานสำหรับงบประมาณการด้านรายรับและรายจ่ายแสดงตัวเลขจำนวนเงิน การตั้งงบประมาณ คือ การแสดงแผนดำเนินงานออกเป็นตัวเลขจำนวนเงิน
3. ข้อใดคือนิยามของ "แผนงาน" ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยวิธีงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2541
    ก.  กิจกรรมต่างๆ ของหน่วยงานที่กำหนดไว้ในแต่ละแผน
    ข. แผนงาน หรืองานสำหรับงบประมาณการด้านรายรับและรายจ่ายแสดงตัวเลขจำนวนเงิน การตั้งงบประมาณ คือ การแสดงแผนดำเนินงานออกเป็นตัวเลขจำนวนเงิน
    ค. ภารกิจ แต่ละด้านที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละรูปแบบ
    ง.  ถูกทุกข้อ
    ตอบ  ก.  กิจกรรมต่างๆ ของหน่วยงานที่กำหนดไว้ในแต่ละแผน

4.  ในกรณีที่งบประมาณประจำปีขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ออกใช้ไม่ทันปีงบประมาณใหม่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นจะดำเนินการอย่างไร
    ก. ไม่มีการเบิกจ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
    ข. นำร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปีของปีที่ล่วงมาแล้วมาใช้ไปพลางก่อน
    ค. นำงบประมาณรายจ่ายประจำปีของปีที่ล่วงมาแล้วมาใช้ไปพลางก่อน
    ง. นำร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปีที่กำลังอยู่ในระหว่างพิจารณามาใช้ไปพลางก่อน
    ตอบ  ค. นำงบประมาณรายจ่ายประจำปีของปีที่ล่วงมาแล้วมาใช้ไปพลางก่อน
5.  บุคคลในตำแหน่งใด เป็น เจ้าหน้าที่งบประมาณ
    ก. นายกองค์การบริหารส่วนตำบล
    ข. ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล
    ค. เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน
    ง. เจ้าหน้าที่พัสดุ
    ตอบ  ข. ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล
6.  ข้อใดไม่ใช้รายจ่ายประจำ ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยวิธีงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2541
    ก. หมวดเงินเดือนและค่าจ้างประจำ
    ข. หมวคค่าจ้างชั่วคราว
    ค. หมวดเงินค่าตอบแทนใช้สอยและวัสดุ
    ง. หมวดค่าครุภัณฑ์ ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง
    ตอบ  ง. หมวดค่าครุภัณฑ์ ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง
7. ข้อใดคือรายจ่ายเพื่อการลงทุน ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยวิธีงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2541
    ก.  หมวดเงินเดือนและค่าจ้างประจำ    ข. หมวคค่าจ้างชั่วคราว
    ค. หมวดเงินค่าตอบแทนใช้สอยและวัสดุ    ง.หมวดค่าครุภัณฑ์ ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง:4
    ตอบ  ง.หมวดค่าครุภัณฑ์ ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง

8. ข้อใดสามารถเบิกจ่ายได้ แม้งบประมาณรายจ่ายประจำปี ออกใช้ไม่ทัน
    ก. ค่าครุภัณฑ์    ข. งบลงทุน
    ค. ค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้าง    ง. ค่าตอบแทนใช้สอยและวัสดุ:4
    ตอบ   ง. ค่าตอบแทนใช้สอยและวัสดุ
9. ข้อใด ไม่ใช่ หน่วยงานราชการส่วนท้องถิ่น
    ก. อำเภอ    ข. เทศบาล
    ค. องค์การบริหารส่วนตำบล    ง. องค์การบริหารส่วนจังหวัด:1
    ตอบ  ก. อำเภอ
10.  งบประจำรายจ่ายประจำปีขององค์การบริหารส่วนตำบลจัดทำเป็น
    ก.  พระราชบัญญัติ    ข. ข้อบัญญัติ
    ค. ระเบียบ    ง. ข้อบัญญัติ
    ตอบ  ข. ข้อบัญญัติ
11. บุคคลใดมีอำนาจสั่งยุบสภาองค์การบริหารส่วนตำบล
    ก. ประธานกรรมการบริหาร    ข. ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบล
    ค. นายอำเภอ    ง. ผู้ว่าราชการจังหวัด
    ตอบ  ง. ผู้ว่าราชการจังหวัด
12. องค์กรบริหารส่วนตำบลมีฐานะเป็น
    ก.  ราชการส่วนท้องถิ่น    ข. ราชการส่วนภูมิภาค
    ค. องค์กรอิสระ    ง. ราชการส่วนกลาง
    ตอบ  ก.  ราชการส่วนท้องถิ่น
13. ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละกี่
    ก. 1 ปี    ข. 2 ปี
    ค. 3 ปี    ง.:4 ปี
    ตอบ  ง. 4 ปี
14. ถ้าองค์การบริหารส่วนตำบลหนึ่งมีจำนวน 2 หมู่บ้าน จะมีสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลได้กี่คน
    ก.  4 คน    ข. 6 คน
    ค. 10 คน    ง. 12 คน
    ตอบ  ข. 6 คน
15.  ข้อใดไม่ใช่ส่วนบริหารราชการส่วนกลาง
    ก. กรุงเทพมหานครฯ    ข. สำนักนายกรัฐมนตรี
    ค. กระทรวง ทบวง    ง. กรม
    ตอบ  ก. กรุงเทพมหานครฯ
16.  ใครมีอำนาจกำกับดูแลการปฏิบัติงานขององค์การบริหารส่วนตำบล
    ก.  นายอำเภอ    ข. ผู้ว่าราชการจังหวัด
    ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย    ง. อธิบดีกรมการปกครอง
    ตอบ  ก.  นายอำเภอ
17.  ใครมีอำนาจเรียกประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลสมัยสามัญประจำปี
    ก. นายอำเภอ    ข. ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบล
    ค. ผู้ว่าราชการจังหวัด    ง. ประธานกรรมการบริหาร
    ตอบ  ข. ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบล
18. ข้อใดเป็นรายได้ที่ขององค์การบริหารส่วนตำบล    
    ก. ภาษีบำรุงท้องที่    ข. ภาษีโรงเรือนและที่ดิน
    ค. ภาษีสรรพสามิต    ง. ถูกทุกข้อ
    ตอบ  ง. ถูกทุกข้อ
19. การประชุมสภา อบต.สมัยสามัญหนึ่งๆ ให้มีกำหนดไม่เกินสิบห้าวัน แต่สามารถขยายเวลาออกไปอีกจะต้องได้รับอนุญาติจากใคร
    ก. นายอำเภอ    ข. ประธานสภา อบต
    ค. ผู้ว่าราชการจังหวัด    ง. อธิบดีกรมการปกครอง
    ตอบ  ก. นายอำเภอ
20:ข้อใดเป็นอำนาจหน้าที่ของสภาองค์การบริหารส่วนตำบล
    ก. ให้ความเห็นชอบแผนพัฒนาตำบล
    ข. พิจารณาและให้ความเห็นชอบร่างข้อบังคับตำบล
    ค. ควบคุมการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริหาร
    ง. ถูกทุกข้อ
    ตอบ  ง. ถูกทุกข้อ
21.  ในปีหนึ่งองค์การบริหารส่วนตำบลจะมีสมัยประชุมสามัญไม่เกินกี่สมัย
    ก. 2 สมัย    ข. 3 สมัย
    ค. 4 สมัย    ง. 5 สมัย
    ตอบ  ค. 4 สมัย
22. ผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลต้องมีอายุกี่ปี
    ก. อายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์    ข.  อายุไม่ต่ำกว่า 25 ปีบริบูรณ์
    ค. อายุไม่ต่ำกว่า 30 ปีบริบูรณ์    ง. อายุไม่ต่ำกว่า 35 ปีบริบูรณ์:2
23:ข้อใดไม่ใช่วิธีการในการจัดซื้อจัดจ้างของส่วนราชการ
    ก.  ตกลงราคา    ข.สอบราคา
    ค. จ้างเหมาราคา    ง. ประกวดราคา
    ตอบ  ค. จ้างเหมาราคา
24.  การจัดซื้อจัดจ้างโดยวีธีตกลงราคาจะต้องมีวงเงินไม่เกินเท่าไร
    ก. 10,000  บาท    ข.  50,000  บาท
    ค. 100,000  บาท    ง. 500,000  บาท
    ตอบ  ค. 100,000  บาท
25.  ข้อใดเป็นรายได้ขององค์การบริหารส่วนตำบล
    ก. เงินอุดหนุนจากรัฐบาล    
    ข. ภาษีอากร
    ค. ค่าธรรมเนียม ค่าปรับ ค่าใบอนุญาต ตามกฎหมายกำหนด
    ง. ถูกทุกข้อ
    ตอบ   ง. ถูกทุกข้อ

26.  "หนังสือภายใน" หมายถึง
    ก. หนังสือที่ติดต่อภายในจังหวัดเดียวกัน
    ข. หนังสือที่ติดต่อภายในกรมเดียวกัน
    ค. หนังสือที่ติดต่อภายในกระทรวงเดียวกัน
    ง. ถูกทุกข้อ
    ตอบ   ง. ถูกทุกข้อ
27.  ข้อใดเป็นหนังสือประชาสัมพันธ์
    ก. บันทึกข้อความ    ข. ข้อบังคับ
    ค. ประกาศ    ง. คำสั่ง
    ตอบ  ค. ประกาศ
28. ลักษณะของผู้ที่จะทำงานสารบรรณได้ดีคือ
    ก. ผู้มีความรู้ภาษไทยดี    
    ข. ผู้รู้ระเบียบงานสารบรรณดี
    ค. ผู้ที่สามารถติดต่อ โต้ตอบ ประสานงานคล่องแคล่ว ว่องไว
    ง. ถูกทุกข้อ:4
29. ในงานสารบรรณ "หนังสือ" หมายถึง
    ก. หนังสือเรียน    ข. หนังสือราชการ
    ค. หนังสือนอกหลักสูตร    ง. หนังสือทุกประเภท
    ตอบ  ข. หนังสือราชการ
30. บรรดาข้อความทั้งหลายที่ผู้มีอำนาจหน้าที่กำหนดใช้โดยอาศัยอำนาจของกฎหมายเรียกว่าอะไร
    ก. คำสั่ง    ข. ข้อบังคับ
    ค. ระเบียบ    ง. กฎกระทรวง
    ตอบ  ก. คำสั่ง
31. บรรดาข้อความทั้งหลายที่ทางราชการเห็นสมควรเผยแพร่ให้ประชาชนทราบโดยทั่วไป เรียกว่าอะไ
    ก. แถลงการณ์    ข. ประกาศ
    ค. คำสั่ง     ง. ข่าว
    ตอบ  ข. ประกาศ
32.  หนังสือติดต่อระหว่างส่วนราชการ หรือส่วนราชการถึงหน่วยงานอื่นซึ่งมิใช่หน่วยงานราชการหรือมีถึงบุคคลภายนอก คือ
    ก.  หนังสือภายใน
    ข. หนังสือภายนอก
    ค. หนังสือประทับตรา
    ง. หนังสือที่เจ้าหน้าที่จัดทำขึ้นหรือรับไว้เป็นหลักฐาน
    ตอบ  ข. หนังสือภายนอก
33. การเก็บเอกสารที่ดีที่สุดควรปฏิบัติอย่างไร
    ก. เก็บเอกสารที่มีระบบเดียวตลอด    ข. เก็บเอกสารที่มีอุปกรณ์พร้อม
    ค. เก็บเอกสารไว้อย่างเป็นระบบ    ง. เก็บเอกสารให้เป็นปัจจุบัน
    ตอบ  ง. เก็บเอกสารให้เป็นปัจจุบัน
34.  จุดประสงค์ที่สำคัญในการจัดเก็บเอกสารอย่างมีระบบไว้ในที่เดียวกัน คือ
    ก. ค้นหาเอกสารได้ทันท่วงที
    ข. เพื่อความปลอดภัยและเอกสารจะอยู่อย่างเป็นระเบียบ
    ค. เพื่อรวบรวมเอกสารไว้ในแหล่งที่มีผู้รับผิดชอบเป็นสัดส่วน
    ง. ถูกทุกข้อ
    ตอบ   ง. ถูกทุกข้อ
35. จดหมายราชการ ไม่ควรใช้สำนวนในข้อใด
    ก. ภาษานักประพันธ์หรือภาษาพูด    ข. ถูกต้องตามสากลนิยม
    ค. เรียบร้อย    ง. สุภาพ
    ตอบ   ก. ภาษานักประพันธ์หรือภาษาพูด
36. คำตอบในข้อใดที่จัดไม่เข้าพวกกับคำตอบในข้ออื่น ๆ
    ก. ตี    ข. ตบ
    ค. เตะ    ง. ต่อย
    ตอบ  ค. เตะ
37.  คำตอบในข้อใดที่จัดไม่เข้าพวกกับคำตอบในข้ออื่น ๆ
    ก. โต    ข. จิ๋ว
    ค. นิด    ง. เล็ก
    ตอบ  ก. โต
38. คำตอบในข้อใดที่จัดไม่เข้าพวกกับคำตอบในข้ออื่น ๆ
    ก. ฉิ่ง    ข. ซอ
    ค. กลอง    ง. ระนาด
    ตอบ   ข. ซอ
39.  คำตอบในข้อใดที่จัดไม่เข้าพวกกับคำตอบในข้ออื่น ๆ
    ก. มะขาม    ข. มะยม
    ค. มะปราง    ง. มะนาว
    ตอบ   ง. มะนาว
40.  คำตอบในข้อใดที่แตกต่างจากข้ออื่น
    ก. น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า    ข. ลิ้นกับฟัน
    ค. ขิงก็ราข่าก็แรง    ง. เกลือจิ้มเกลือ
    ตอบ  ก. น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า
จำหน่ายเอกสารแนวข้อสอบรับราชการ   0934903924
admin ออฟไลน์
ระดับ: ผู้ดูแลระบบ
รายละเอียดผู้ใช้ 
1:งบประมาณรายจ่ายประจำปีขององค์การบริหารส่วนตำบลจัดทำเป็น
    ก. ข้อบังคับ        ข. ระเบียบ
    ค.ข้อบัญญัติ        ง. พระราชบัญญัติ
2.  ข้อใดคือนิยามของ "งบประมาณ" ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยวิธีงบประมาณขององค์กรปกครองส่ วนท้องถิ่น
    ก.  กิจกรรมต่างๆ ของหน่วยงานที่กำหนดไว้ในแต่ละแผน
    ข.  แผนงาน หรืองานสำหรับงบประมาณการด้านรายรับและรายจ่ายแสดงตัวเลขจำนวนเ งิน การตั้งงบประมาณ คือ การแสดงแผนดำเนินงานออกเป็นตัวเลขจำนวนเงิน
    ค.  ภารกิจ แต่ละด้านที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้ว ยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละรูปแบบ
     ง.  ถูกทุกข้อ
3.  ข้อใดคือนิยามของ "แผนงาน" ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยวิธีงบประมาณขององค์กรปกครองส่ วนท้องถิ่น พ.ศ.2541
    ก.  กิจกรรมต่างๆ ของหน่วยงานที่กำหนดไว้ในแต่ละแผน
    ข.  แผนงาน หรืองานสำหรับงบประมาณการด้านรายรับและรายจ่ายแสดงตัวเลขจำนวนเ งิน การตั้งงบประมาณ คือ การแสดงแผนดำเนินงานออกเป็นตัวเลขจำนวนเงิน
    ค.  ภารกิจ แต่ละด้านที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้ว ยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละรูปแบบ
     ง.  ถูกทุกข้อ
4.  ในกรณีที่งบประมาณประจำปีขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ออกใช้ไม่ทันปีงบประมาณใหม่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นจะดำเนินการอย่างไร
    ก.  ไม่มีการเบิกจ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
    ข. นำร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปีของปีที่ล่วงมาแล้วมาใช้ไปพลางก่อน
    ค. นำงบประมาณรายจ่ายประจำปีของปีที่ล่วงมาแล้วมาใช้ไปพลางก่อน
    ง. นำร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปีที่กำลังอยู่ในระหว่างพิจารณามาใ ช้ไปพลางก่อน
5.  บุคคลในตำแหน่งใด เป็น เจ้าหน้าที่งบประมาณ
    ก.  นายกองค์การบริหารส่วนตำบล
    ข. ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล
    ค. เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน
    ง. เจ้าหน้าที่พัสดุ
6.  ข้อใดไม่ใช้รายจ่ายประจำ ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยวิธีงบประมาณขององค์กรปกครอง
ส่ วนท้องถิ่น พ.ศ.2541
    ก.  หมวดเงินเดือนและค่าจ้างประจำ    2. หมวดค่าจ้างชั่วคราว
    ค. หมวดเงินค่าตอบแทนใช้สอยและวัสดุ      ง. หมวดค่าครุภัณฑ์ ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง
7.  ข้อใดคือรายจ่ายเพื่อการลงทุน ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยวิธีงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2541
    ก.  หมวดเงินเดือนและค่าจ้างประจำ        ข.  หมวดค่าจ้างชั่วคราว
    ค. หมวดเงินค่าตอบแทนใช้สอยและวัสดุ       ง. หมวดค่าครุภัณฑ์ ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง
8.  ข้อใดสามารถเบิกจ่ายได้ แม้งบประมาณรายจ่ายประจำปี ออกใช้ไม่ทัน
    ก. ค่าครุภัณฑ์    ข.  งบลงทุน
    ค. ค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้าง     ง. ค่าตอบแทนใช้สอยและวัสดุ
9.  ข้อใด ไม่ใช่ หน่วยงานราชการส่วนท้องถิ่น
    ก.  อำเภอ    ข. เทศบาล
    ค. องค์การบริหารส่วนตำบล    ง. องค์การบริหารส่วนจังหวัด
10. งบประจำรายจ่ายประจำปีขององค์การบริหารส่วนตำบลจัดทำเป็น
    ก. พระราชบัญญัติ          ข. ข้อบัญญัติ
    ค. ระเบียบ    ง. ข้อบัญญัติ
11. บุคคลใดมีอำนาจสั่งยุบสภาองค์การบริหารส่วนตำบล
    ก.  ประธานกรรมการบริหาร    ข. ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบล    
    ค.นายอำเภอ    ง. ผู้ว่าราชการจังหวัด
12. องค์กรบริหารส่วนตำบลมีฐานะเป็น
    ก.  ราชการส่วนท้องถิ่น    ข. ราชการส่วนภูมิภาค
    ค. องค์กรอิสระ    ง. ราชการส่วนกลาง
13.  ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละกี่ปี
    ก. 1 ปี    ข. 2 ปี
    ค.  3 ปี    ง. 4 ปี
14.  ถ้าองค์การบริหารส่วนตำบลหนึ่งมีจำนวน 2 หมู่บ้าน จะมีสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลได้กี่คน
    ก.  4 คน    ข.  6 คน
    ค. 10 คน    ง.  12 คน
15.  ข้อใดไม่ใช่ส่วนบริหารราชการส่วนกลาง
    ก.  กรุงเทพมหานครฯ    ข.  สำนักนายกรัฐมนตรี
    ค. กระทรวง ทบวง    ง. กรม
16. ใครมีอำนาจกำกับดูแลการปฏิบัติงานขององค์การบริหารส่วนตำบล
    ก. นายอำเภอ    ข. ผู้ว่าราชการจังหวัด
    ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย    ง. อธิบดีกรมการปกครอง
17.  ใครมีอำนาจเรียกประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลสมัยสามัญประจำปี
    ก. นายอำเภอ           ข. ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบล
    ค.  ผู้ว่าราชการจังหวัด    ง. ประธานกรรมการบริหาร
18.  ข้อใดเป็นรายได้ที่ขององค์การบริหารส่วนตำบล
    ก. ภาษีบำรุงท้องที่    ข. ภาษีโรงเรือนและที่ดิน
    ค. ภาษีสรรพสามิต    ง. ถูกทุกข้อ
19.  การประชุมสภา อบต.สมัยสามัญหนึ่งๆ ให้มีกำหนดไม่เกินสิบห้าวัน แต่สามารถขยายเวลาออกไปอีกจะต้องได้รับอนุญาติจากใคร
    ก. นายอำเภอ    ข.  ประธานสภา อบต.
    ค. ผู้ว่าราชการจังหวัด    ง.  อธิบดีกรมการปกครอง
20. ข้อใดเป็นอำนาจหน้าที่ของสภาองค์การบริหารส่วนตำบล
    ก.  ให้ความเห็นชอบแผนพัฒนาตำบล
    ข. พิจารณาและให้ความเห็นชอบร่างข้อบังคับตำบล
    ค. ควบคุมการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริหาร
    ง. ถูกทุกข้อ
21. ในปีหนึ่งองค์การบริหารส่วนตำบลจะมีสมัยประชุมสามัญไม่เกินกี่สมัย
    ก. 2 สมัย    ข. 3 สมัย
    ค. 4 สมัย    ง. 5 สมัย
22.  ผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบ ลต้องมีอายุกี่ปี
    ก. อายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์
    ข. อายุไม่ต่ำกว่า 25 ปีบริบูรณ์
    ค. อายุไม่ต่ำกว่า 30 ปีบริบูรณ์
    ง. อายุไม่ต่ำกว่า 35 ปีบริบูรณ์
23.  ข้อใดไม่ใช่วิธีการในการจัดซื้อจัดจ้างของส่วนราชการ
    ก. ตกลงราคา    ข. สอบราคา
    ค. จ้างเหมาราคา    ง. ประกวดราคา
24. การจัดซื้อจัดจ้างโดยวีธีตกลงราคาจะต้องมีวงเงินไม่เกินเท่าไร
    ก. 10,000  บาท    ข. 50,000  บาท
    ค. 100,000  บาท    ง. 500,000  บาท
25. ข้อใดเป็นรายได้ขององค์การบริหารส่วนตำบล
    ก. เงินอุดหนุนจากรัฐบาล    
    ข. ภาษีอากร
    ค. ค่าธรรมเนียม ค่าปรับ ค่าใบอนุญาต ตามกฎหมายกำหนด
    ง. ถูกทุกข้อ
26.   "หนังสือภายใน" หมายถึง
    ก. หนังสือที่ติดต่อภายในจังหวัดเดียวกัน
    ข. หนังสือที่ติดต่อภายในกรมเดียวกัน
    ค. หนังสือที่ติดต่อภายในกระทรวงเดียวกัน
    ง. ถูกทุกข้อ
27. ข้อใดเป็นหนังสือประชาสัมพันธ์
    ก. บันทึกข้อความ    ข. ข้อบังคับ
    ค. ประกาศ    ง. คำสั่ง
28. ลักษณะของผู้ที่จะทำงานสารบรรณได้ดีคือ
    ก. ผู้มีความรู้ภาษไทยดี    
    ข. ผู้รู้ระเบียบงานสารบรรณดี
    ค. ผู้ที่สามารถติดต่อ โต้ตอบ ประสานงานคล่องแคล่ว ว่องไว
    ง. ถูกทุกข้อ
29. ในงานสารบรรณ "หนังสือ" หมายถึง
    ก. หนังสือเรียน    ข. หนังสือราชการ
    ค. หนังสือนอกหลักสูตร    ง. หนังสือทุกประเภท
30.  บรรดาข้อความทั้งหลายที่ผู้มีอำนาจหน้าที่กำหนดใช้โดยอาศัยอำนา จของกฎหมายเรียกว่าอะไร
    ก. คำสั่ง    ข. ข้อบังคับ
    ค. ระเบียบ    ง. กฎกระทรวง
31. บรรดาข้อความทั้งหลายที่ทางราชการเห็นสมควรเผยแพร่ให้ประชาชนทร าบโดยทั่วไป เรียกว่าอะไ
    ก. แถลงการณ์    ข. ประกาศ
    ค. คำสั่ง     ง. ข่าว
32.  หนังสือติดต่อระหว่างส่วนราชการ หรือส่วนราชการถึงหน่วยงานอื่นซึ่งมิใช่หน่วยงานราชการหรือมีถึงบุคคลภายนอก คือ
    ก. หนังสือภายใน    
    ข. หนังสือภายนอก
    ค.  หนังสือประทับตรา    
    ง. หนังสือที่เจ้าหน้าที่จัดทำขึ้นหรือรับไว้เป็นหลักฐาน
33.  การเก็บเอกสารที่ดีที่สุดควรปฏิบัติอย่างไร
    ก. เก็บเอกสารที่มีระบบเดียวตลอด    ข. เก็บเอกสารที่มีอุปกรณ์พร้อม
    ค. เก็บเอกสารไว้อย่างเป็นระบบ    ง. เก็บเอกสารให้เป็นปัจจุบัน
34.  จุดประสงค์ที่สำคัญในการจัดเก็บเอกสารอย่างมีระบบไว้ในที่เดียว กัน คือ
    ก.  ค้นหาเอกสารได้ทันท่วงที
    ข. เพื่อความปลอดภัยและเอกสารจะอยู่อย่างเป็นระเบียบ
    ค. เพื่อรวบรวมเอกสารไว้ในแหล่งที่มีผู้รับผิดชอบเป็นสัดส่วน
    ง.  ถูกทุกข้อ
35. จดหมายราชการ ไม่ควรใช้สำนวนในข้อใด
    ก. ภาษานักประพันธ์หรือภาษาพูด    ข. ถูกต้องตามสากลนิยม
    ค. เรียบร้อย    ง. สุภาพ
36. คำตอบในข้อใดที่จัดไม่เข้าพวกกับคำตอบในข้ออื่น ๆ
    ก. ตี    ข. ตบ
    ค. เตะ    ง. ต่อย
37. คำตอบในข้อใดที่จัดไม่เข้าพวกกับคำตอบในข้ออื่น ๆ
    ก. โต    ข. จิ๋ว
    ค. นิด    ง.เล็ก
38.  คำตอบในข้อใดที่จัดไม่เข้าพวกกับคำตอบในข้ออื่น ๆ
    ก.ฉิ่ง    ข. ซอ
    ค. กลอง    ง. ระนาด
39. คำตอบในข้อใดที่จัดไม่เข้าพวกกับคำตอบในข้ออื่น ๆ
    ก. มะขาม    ข. มะยม
    ค. มะปราง    ง. มะนาว
40. คำตอบในข้อใดที่แตกต่างจากข้ออื่น
    ก. น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า    ข. ลิ้นกับฟัน
    ค. ขิงก็ราข่าก็แรง    ง. เกลือจิ้มเกลือ
จำหน่ายเอกสารแนวข้อสอบรับราชการ   0934903924
รายละเอียดไฟล์แนบ
กล่องตอบกลับด่วน

กรุณาใช้ข้อความที่สุภาพ คุณสามารถบันทึกฉบับร่างได้
กด "Ctrl+Enter" เพื่อตั้งกระทู้ได้